ความลังเลสงสัย (Doubtfulness)
จงลังเลสงสัยอย่างไร้อคติ โดยมีสติต่ออาการลังเลสงสัย จงลังเลสงสัยด้วยคำถามที่สร้างสรรค์ไม่สะใจ จงอย่าได้ใจเพราะลังเลสงสัยด้วยคำถามลองวิชา จงลังเลสงสัยด้วยจิตใสสะอาด ที่ปราศจากอาการลบหลู่ ดูหมิ่น อหังการ พังศรัทธา จงให้ความลังเลสงสัยเป็นจุดเริ่มไปสู่ความใสสว่าง จงอย่าให้ความลังเลสงสัยเป็นจุดเริ่มไปสู่ความมืดดำ ดังนั้นจงนำความลังเลสงสัยมาเป็นจุดเริ่มต้น แห่งการปฏิบัติบำเพ็ญ อย่างมุ่งมั่น หมั่นเพียร ถึงแก่คำตอบของต้นเหตุแห่งความลังเลสงสัย ดั่งความสว่างแห่งการหลุดพ้นจากความลังเลสงสัย และบังเกิดเป็นแสงสว่างแห่งแสงธรรม ด้วยแสงแห่งศรัทธาที่ไม่มีวันมอดดับ
อย่าให้ความลังเลสงสัยเป็นต้นเหตุให้เกิดความโอหัง ความอหังการ ความอวดรู้ ความอวดดี จนเกิดเป็นอารมณ์ และอาการแห่งความโง่เขลาเบาปัญญา นำพาเราไปสู่ความมืดดำแห่งความเป็นผู้ไม่รู้อย่างเต็มขั้น จนในที่สุดต้องประสบกับความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ต้องยังคงเวียนว่ายไปกับความมืดดำ แห่งเวทนา มายา สภาวะลวง อย่างไม่มีวี่แววว่าจะหาทางสว่างจากสภาวธรรมได้เจอ เพราะได้ตกไปในห้วงลึกแห่งกับดักมารที่คอยขัดขวางเราไม่ให้พบแสงสว่างสู่ ทางออกแห่งการหลุดพ้นได้ อย่าให้ความลังเลสงสัยมาเป็นตัวกั้นกลาง การเข้าถึงความเชื่อ ความรัก ความศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า มหาเทพแห่งจักรวาล ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างและผู้ทำลาย ผู้ให้เกิดหรือผู้ให้ดับ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศาสดาแห่งทุกพระศาสนา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นใหญ่ และจงอย่าปล่อยให้ความลังเลสงสัยเกิดเป็นเชื้อร้าย ลุกลาม คุกคาม กลายมาเป็นมารผจญบดบัง ทำให้เกิดเป็นศรัทธาที่เข้าไม่ถึง ทำลายอานุภาพที่เคยมี บารมีที่เคยสร้าง พระปาฏิหาริย์ที่เคยเกิด อานิสงส์ที่เคยได้ กับเราผู้เคยมี สวัสดีครับ









