ต้นกล้าแห่งศรัทธา (The Faith)
“เราจะเป็นต้นกล้าแห่งศรัทธา ที่เติบโตขึ้นให้คนอื่นได้ใช้ร่มเงา และดอกผลของมัน
เราจะเป็นต้นกล้าแห่งศรัทธา ที่เติบโตขึ้นให้คนอื่นได้เห็นว่า ต้นศรัทธานั้นมีอยู่จริง”
ต้นกล้าแห่งศรัทธา จะตั้งตรงอย่างมั่นคงได้ จะต้องอาศัยความมุ่งตรง และเป็นหนึ่ง เมื่อสวรรค์เห็นดังนั้นแล้ว ก็จะโปรยหยาดน้ำทิพย์ จากสวรรค์ลงมาหล่อเลี้ยง ให้ต้นกล้าแห่งศรัทธาของเราเติบโต และงอกงามออกดอกผล ที่จับต้องได้จริง อย่างเกินความคาดหมาย ที่เรียกว่า ” พระปาฏิหาริย์ ”
การที่จะเรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่า เป็นผู้มีจิตที่มั่นคง และเป็นหนึ่งต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้นั้น ผู้นั้นจะต้องเป็นบุคคลที่ ไม่มีสิ่งใด เหตุการณ์ใด อุปสรรคใด วิกฤติใด อันตรายใด ความท้อแท้ใด ความหดหู่ใด ความเศร้าใด ความผิดหวังใด ความล้มเหลวใด จะมาทำลาย ลดทอน หรือลบล้าง ความศรัทธาและความเชื่อ ที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ เพราะสิ่งทั้งหลายเหล่านี้คือการพิสูจน์ความมั่นคงเป็นหนึ่งที่มีต่อสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่มีเงื่อนไขมาเป็นปัจจัยต่อรอง การกราบสักการะ บูชา ถวายพระพร
บุญคือ กุศลกรรมที่เกิดจาก กาย วาจา ใจ (จิต สติ สมาธิ) บารมีคือ อานิสงส์ แห่งกุศลกรรม ที่เกิดเป็นพลังอันบริสุทธิ์ อยู่รอบกายหยาบ และกายละเอียด (จิตวิญญาณ) เปรียบได้ดั่งแก้วสารพัดนึก ให้แก่ผู้ปฏิบัติใน บุญ บารมี ความดี ไว้เรียกใช้ยามต้องการตามจำนวนที่ตนได้สั่งสมและสร้างสมเอาไว้
“จงใช้ จิต สติ สมาธิ สั่งสมบุญบารมีความดี และใช้ กาย วาจา การกระทำ สร้างสมบุญบารมีความดี”
ทรัพย์สินเงินตราใช้สั่งสมและสร้างสมบุญบารมีความดีได้ ด้วยการนำไปประกอบกับ จิต สติ สมาธิ กาย วาจา การกระทำ อันสุจริต แล้วจะบังเกิดเป็น บุญ บารมี ความดี อันบริสุทธิ์ดั่งแก้วใส หาใช่การ มีทรัพย์สินเงินตราที่มากมาย แล้วคุณจะคิดว่า การสร้างบุญบารมีความดีนั้นเหมือนการซื้อขายได้ด้วย “จำนวนนับ” ของทรัพย์สินเงินตรา หรือสามารถซื้อสวรรค์ไว้กับตนได้ด้วย “จำนวนนับ” ของทรัพย์สินเงินตราที่คุณมีอยู่มากมาย ทานบารมี หรือการให้ (อย่างไม่ยึดติด) คือบันไดขั้นแรก ที่จะนำพาเราไปสู่สวรรค์ และการหลุดพ้น









