การกรวดน้ำ (Pour Ceremorial Water)

วัตถุประสงค์ของการกรวดน้ำ

  1. เพื่อแผ่อานิสงส์แห่งกุศล ผลบุญ  บารมี  ให้แก่ เจ้ากรรม  นายเวร บุพกรรม ทุกผู้  ทุกนาม ทุกคน ทุกท่าน ทุกดวงวิญญาณ ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกิน  ก่อกรรมมา  ทั้งที่ได้เจตนา  และไม่ได้มีเจตนา  ตั้งแต่ในอดีตชาติ  จนถึงปัจจุบัน  และที่จะตามเราไปสู่อนาคตชาติ
  2. เพื่อแผ่อานิสงส์แห่งกุศลผลบุญบารมีถวายพระพร แด่เทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่สถิตประทับบนผืนธรณี  ที่เราได้เหยียบ หรือได้อยู่อาศัย ซึ่งได้แก่ พระแม่ธรณี พระชัยมงคล พระภูมิเทวาเจ้าที่ ท้าวจตุโลกบาล เทวดา นางฟ้า นางไม้ เทพอารักษ์ รุกขเทวดา ฤาษี  มหาฤาษี เทวฤาษี มหาเทวฤาษี ปู่ฤาษี พญาอนันตนาคราช องค์อนันตนาคราช องค์พญานาคราช  องค์พญานาค  องค์พญานาคา  องค์พญานาคี  องค์นาคา  องค์นาคี  องค์พญางูเจ้าที่ผู้ยิ่งใหญ่  หรือเทพผู้ยิ่งใหญ่ แห่ง 15 ชั้นดิน  ทุกชั้นคงคา  ทุกชั้นบาดาล ทุกวังบาดาล เจ้าป่าเจ้าเขาผู้ยิ่งใหญ่แห่งผืนป่ามาแต่เก่าก่อนโบราณกาล
  3. เพื่อแผ่กุศล ผลบุญบารมี ให้แก่  บุพการี  บิดา  มารดา  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  ครูอาจารย์  ผู้มีพระคุณ  ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ดี  ที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี  รวมไปถึงดวงวิญญาณบรรพบุรุษ
  4. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผลบุญ บารมี แด่ดวงพระวิญญาณ  สมเด็จพระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้า  แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พร้อมด้วยวีรกษัตริย์ วีรกษัตรีย์ แห่งผืนแผ่นดินไทย สยามประเทศ  ที่ปกครองผืนแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม  และได้สร้างคุณประโยชน์ คุณูปการ อย่างใหญ่หลวง ทิ้งไว้แก่ผืนแผ่นดิน  ที่ซึ่งปกปักรักษาผืนแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานจากอดีตจวบจนปัจจุบัน
  5. เพื่อแผ่เมตตาให้แก่ดวงวิญญาณข้าทาสบริวาร  ที่ซื่อสัตย์  จงรักภักดี  ที่อาจเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ที่อาจเคยดูแลช่วยเหลือรับใช้กันมา ที่พวกเขาเหล่านั้นยังคงทุกข์ทรมานในห้วงแห่งทุคติภพ  ในห้วงแห่งโลกของดวงวิญญาณที่ไม่มีพลังแห่งบุญบารมีที่เพียงพอ ในการผลักดันดวงวิญญาณของตนไปสู่สุคติภพ หรือไม่สามารถไปเกิดในชาติภพภูมิอื่นได้  และที่ยังคงเฝ้ามองเรา  อยู่กับเราด้วยแรงผูกพันข้ามภพข้ามชาติมาปัจจุบัน
  6. เพื่อแผ่เมตตา อานิสงส์ แห่งกุศล ผลบุญ บารมี ให้แก่สรรพสิ่ง ดวงวิญญาณสัมภเวสี ดวงวิญญาณพเนจร ดวงวิญญาณเร่ร่อน ดวงวิญญาณเปรต ดวงวิญญาณตายโหง ดวงวิญญาณไร้ญาติขาดมิตร ดวงวิญญาณที่ทุกข์ยากลำบาก ดวงวิญญาณที่ตกทุกข์ได้ยาก  ดวงวิญญาณที่มาร้องขอ อานิสงส์ แห่งกุศล ผลบุญ บารมี จากข้าพเจ้า  รวมไปถึงภูตผีปิศาจตนต่าง ๆ พญามาร และมารตนต่าง ๆ
  7. เพื่อแผ่เมตตาด้วยอานิสงส์ แห่งกุศล ผลบุญ บารมีให้ถึงแก่ดวงวิญญาณ สรรพสัตว์ สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ที่เคยต้องมาเป็นอาหารให้แก่ข้าพเจ้า  และที่ข้าพเจ้าได้เบียดเบียนชีวิตท่าน  ที่ต้องนำท่านมาทำเป็นอาหารเพื่อดำรงชีพ  ที่ท่านต้องสูญเสียชีวิตอย่างเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน อย่างแสนสาหัส โดยไม่ได้เต็มใจแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา วัว (โค) หมู (สุกร) ควาย (กระบือ) แพะ แกะ นก งู เก้ง กวาง สุนัข กบ เขียด มด แมลง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีกทั้งหลาย
  8. เพื่อบรรเทาวิกฤติแห่งกรรม หรือวิกฤติแห่งชีวิตต่าง ๆ (เป็นการเฉพาะ)โดยให้เรากรวดน้ำบอกกล่าวเรื่องราว ที่กำลังเกิด  ขึ้นกับตัวเรา และบอกกล่าวถึงการสำนึกในเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นกับเรา ว่าคงเป็นเพราะบาปกรรม ที่เราอาจได้เคยก่อเอาไว้ในอดีตชาติ จึงส่งผลมาถึงในชาตินี้ ในขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยร้องขอการผ่อนคลายวิกฤติแห่งกรรมที่เกิดขึ้นกับเรา ในขณะเวลานั้น ให้ได้รับการผ่อนคลายวิกฤติแห่งกรรม ให้จากหนักกลายเป็นเบา จากเบาให้หมดไป ด้วยการขอการอโหสิกรรม ยกโทษให้อภัย จากเจ้ากรรมนายเวรและบุพกรรมของเราในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเฉพาะ หรืออาจจะกรวดน้ำ เพื่อลดความอาฆาตแค้นพยาบาท การถูกจองเวรจองกรรม ที่อาจจะส่งมาจากอดีตชาติ ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ (อย่างเช่นเพื่อนร่วมงาน บริวารคนรอบข้าง คู่แข่ง คู่รัก อื่น ๆ ) หากสัมผัส หรือระลึกรู้ได้ว่าอาจจะเป็นกรรมกันมา จากอดีตชาติมาสู่ปัจจุบัน ร้องขอการเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ให้เป็นในทางที่ดีขึ้น จากศัตรูให้กลายเป็นมิตร จากมิตรให้เป็นมิตรที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปก็ได้ (โดยต้องบอกกล่าว  ชื่อ นามสกุล อายุ ของคู่กรณีให้ชัดเจน )
  9. เพื่อในกรณีที่เป็นตัวแทนแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง (บุพการี บิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ที่เรารักเคารพ ครู อาจารย์ ผู้มีพระคุณ คนรัก ลูกหลาน คนในครอบครัว เพื่อนรักเพื่อนสนิท) ในขณะที่เขาคนนั้น กำลังเผชิญวิกฤติแห่งกรรม หรือวิกฤติแห่งชีวิต อย่างรุนแรงแสนสาหัส ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม (การนี้ผู้ที่เป็นตัวแทนในการกรวดน้ำจะต้องเป็น ผู้ปฏิบัติในบุญบารมีความดี เป็นพื้นฐานถึงจะมีพลังบารมีที่เพียงพอในการเป็นตัวแทน)

เป้าหมายในการกรวดน้ำ

  1. เพื่อขอขมากรรม  ขอการอโหสิกรรมยกโทษให้อภัย  จากเจ้ากรรม  นายเวร  บุพกรรมที่กำลังจองเวร จองกรรม  อาฆาต  พยาบาท  เบียดเบียน  สาปแช่ง  โกรธแค้น  โกรธเคือง มุ่งร้าย  ทำร้าย  ทำลายเราอยู่  หรือที่คอยส่งผลกรรม  ให้เราอยู่ในทุกขณะในการดำรงชีวิต  หรือการมีชีวิตอยู่ ( ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ  โรคร้ายแรง  โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ  วิกฤติแห่งชีวิต  ในด้านการงาน  ด้านความรัก  ด้านทรัพย์สิน  ด้านครอบครัว  ด้านลูกหลาน  ด้านบริวาร  ด้านมิตรสหาย  การสูญเสียต่าง ๆ และเหตุอื่น ๆ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ )
  2. โดยแผ่เมตตาให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ให้ได้รับโดยทั่วถึงและพร้อมเพรียงกัน ให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข  ไปสู่สุคติภพ  สู่ชาติ ภพ ภูมิ ที่ดีและสูงส่งยิ่ง ๆ ขึ้นไป หลุดรอดพ้นจากทุคติภพ  หลุดรอดพ้นจากความทุกข์ทรมาน ในห้วงแห่งโลกของดวงวิญญาณ และจงหลุดพ้นจากบ่วงแห่งกรรมซึ่งกันและกัน หมดเวร หมดกรรม ไม่จองเวร ไม่จองกรรม ไม่อาฆาต ไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน  ไม่โกรธแค้น  ไม่โกรธเคือง  ไม่สาปแช่ง  ไม่มุ่งร้าย  ไม่ทำร้าย  ไม่ทำลาย ข้าพเจ้าอีกต่อไป
  3. เมื่อกล่าวตามข้างต้นนี้แล้ว เราสามารถที่จะขออนุโมทนา  มุติทา ในความเมตตากรุณาของท่านเจ้ากรรม นายเวร และบุพกรรม ทุกผู้  ทุกนาม ทุกคน ทุกท่าน ทุกดวงวิญญาณ ในการละเว้นชีวิตข้าพเจ้า ละเว้นการส่งผลกรรมแก่ข้าพเจ้า จากหนักกลายเป็นเบา  จากเบาให้หมดไป  และไม่โกรธแค้น  ไม่โกรธเคือง  ไม่สาปแช่ง  ไม่มุ่งร้าย  ไม่ทำร้าย  ไม่ทำลาย ข้าพเจ้าอีกต่อไป  หมดเวร หมดกรรม หลุดพ้นจากบ่วงแห่งกรรมซึ่งกันและกัน ขอท่านจงได้รับอานิสงส์แห่งกุศลผลบุญบารมีแห่งการละเว้นชีวิตข้าพเจ้าด้วยเช่นกันเถิด
  4. เพื่อขอท่านเจ้ากรรม นายเวร บุพกรรม โปรดเมตตา  อนุโมทนา  และมุทิตา  แก่ข้าพเจ้า ในการที่ข้าพเจ้าจะสร้างผลบุญบารมีความดีในชาตินี้  ขอท่านโปรดเปิดทางแก่ข้าพเจ้าในการสั่งสม  และสร้างสมอานิสงส์แห่งกุศลผลบุญบารมี ที่ข้าพเจ้าจะกระทำให้สำเร็จสัมฤทธิ์ผล โดยปราศจาก อุปสรรคขัดขวาง  เสมือนท่านได้ร่วมสร้างอานิสงส์ แห่งกุศล ผลบุญบารมีในชาติ ภพ ภูมิ นี้ บนโลกมนุษย์นี้ด้วยเช่นกัน
  5. เพื่อส่งอานิสงส์แห่งกุศล ผลบุญ บารมี ให้แก่บุพการี บิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ที่เรารักเคารพ ครู อาจารย์ ผู้มีพระคุณ ให้มีอายุที่ยืนยาว สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์  ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ  โรคร้ายแรงมาเบียดเบียน รวมไปถึงอธิฐานอานิสงส์แห่งกุศล ผลบุญ บารมี ให้แก่ดวงวิญญาณบรรพบุรุษให้ได้รับ เพื่อไปสู่สุคติภพ หลุดรอดพ้นจากทุคติภพ พ้นจากความทุกข์ทรมานในห้วงแห่งโลกของดวงวิญญาณที่ทุกข์ยากลำบาก หรือหิวโหย

ลำดับวิธีการกรวดน้ำ

  1. กราบขอพระบารมี พระพร แห่งองค์พระแม่ธรณี ผู้เป็นใหญ่แห่งผืนแผ่นดิน ผืนธรณี  และองค์พระแม่คงคา เสด็จโปรดเป็นองค์ประธาน  และเป็นองค์สักขีพยาน ( หรืออาจจะกล่าวอ้างอิงถึง พระนามองค์มหาเทพ องค์เทพ ที่ตนปฏิบัติถวายท่านอยู่ หรือศรัทธาอยู่ร่วมเป็นองค์ประธานและเป็นองค์สักขีพยานด้วยก็ได้  ตามแต่จิตศรัทธา ) ( หรืออาจจะกล่าวถึงเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สถิตอยู่ทั่วอาณาบริเวรผืนแผ่นดินแห่งนั้น มาร่วมเป็นองค์สักขีพยานนำส่งฯ ด้วยก็ได้  แต่ต้องหลังจากที่เอ่ยพระนามองค์มหาเทพ องค์เทพ องค์พระแม่คงคา องค์พระแม่ธรณี ตามลำดับให้เรียบร้อยก่อน )  ในการนำส่ง  อานิสงส์  แห่งกุศล  ผลบุญบารมี  ด้วยน้ำกรวดอันบบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า ให้ไปถึงแก่ ( กล่าวต่อตามเจตนาของผู้กรวดน้ำ )
  2. บอกกล่าว  ชื่อ  นามสกุล  อายุ   วัน เดือน ปีเกิด  เวลาเกิด  (ถ้าทราบ)  ท่านผู้กรวดน้ำจะต้องมีสำนึกในบาปกรรมที่อาจได้เคยก่อไว้จากอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ ทั้งที่เจตนา หรือไม่เจตนาก็ตาม ว่าเป็นบาปเป็นกรรมของเราอย่างแท้จริง ในการตั้งจิตอธิษฐานกรวดน้ำ (ให้ใช้จิต สติ สมาธิ มุ่งตรงไปในการกรวด โดยการเพ่งมองไปที่สายน้ำระหว่างการอธิฐาน) ทุกครั้งที่กรวดน้ำ   จะต้องกรวดบนพื้นที่เป็นพื้นดิน หรืออย่างงน้อยให้กรวดน้ำในกระถางต้นไม้ที่มีดินเพื่อขอองค์พระแม่ธรณีเป็นสื่อกลางในการนำส่ง
  3. การกรวดน้ำ สามารถกรวดได้ทุกวันเมื่อจิตเจตนาพร้อมที่จะทำ อันที่จริงแล้วเราควรจะกรวดน้ำ ทุกวัน เพราะเราทานข้าวก็ต้องทานทุกวัน ดื่มน้ำก็ต้องดื่มทุกวัน ไม่จำเป็นต้องทำบุญตักบาตรก่อน แล้วถึงจะมากรวดน้ำได้ เพราะมนุษย์เรามีบุญบารมีอยู่แล้ว  ไม่มากก็น้อยที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ อีกทั้งจริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม ของตัวผู้กรวดน้ำเอง ที่มีอยู่ไม่มากก็น้อย ประกอบกับเจตนาที่ใสสะอาด และบริสุทธิ์ที่อยากจะแผ่เมตตาก็เกิดเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว ดังนั้นสามารถตั้งจิตอธิษฐาน  แผ่เมตตา  อานิสงส์แห่งกุศล ผลบุญ บารมีให้แก่สรรพสิ่งต่างๆได้เลยทันที และทุกครั้งเมื่อทำบุญบารมีแล้ว อย่าปล่อยให้บุญบารมีลอยค้างอยู่กับเราเพียงผู้เดียว  จะต้องมีเมตตา  ส่งแผ่อานิสงส์ แห่งกุศล ผลบุญ บารมี  ให้แก่สรรพสิ่งต่าง ๆ ตามที่ตนระลึกได้ว่า ต้องการอยากจะแผ่ไปถึงใคร ท่านก็จะได้รับการอวยพรตอบกลับ จากสรรพสิ่งที่ท่านได้กรวดน้ำ แผ่เมตตา ด้วยอานิสงส์ แห่งกุศล ผลบุญ บารมี อันบังเกิดจากจิตเจตนา ที่ใสสะอาดและบริสุทธิ์ ด้วยเช่นกัน  ถือเป็นมงคลบารมีแก่ชีวิตยิ่งนักถ้าได้กระทำ หากท่านทำอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 เดือน จะเห็นผลชัดเจนกับการดำเนินชีวิตของท่านจะราบรื่นอย่างรู้สึกสัมผัสได้

สรุปการกรวดน้ำคือ การขอขมากรรม  การขออโหสิกรรม จากเจ้ากรรม นายเวร บุพกรรม, การถวายพระพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพสักการะ, การแผ่อานิสงส์แห่งกุศล ผลบุญ บารมี ให้แก่บุพการี ผู้ให้กำเนิด ผู้มีพระคุณ เป็นการทดแทนพระคุณ, การแผ่เมตตา บุญ บารมี ให้แก่สรรพสัตว์ สรรพสิ่ง ดวงวิญญาณ ที่เดือดร้อนทุกข์ยากลำบากต่าง ๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.